คำนวณ TDEE / BMR

ปี
kg
cm

Ad Space

TDEE คืออะไร?

TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คือปริมาณพลังงาน (แคลอรี่) ทั้งหมดที่ร่างกายเผาผลาญในแต่ละวัน รวมทั้งการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) กิจกรรมประจำวัน และการออกกำลังกาย

การรู้ค่า TDEE ช่วยให้คุณวางแผนอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าต้องการลดน้ำหนัก ให้กินน้อยกว่า TDEE ถ้าต้องการเพิ่มน้ำหนัก ให้กินมากกว่า TDEE

BMR คืออะไร?

BMR (Basal Metabolic Rate) คืออัตราการเผาผลาญพื้นฐาน หมายถึงพลังงานที่ร่างกายใช้เพื่อรักษาการทำงานพื้นฐาน เช่น หายใจ สูบฉีดเลือด รักษาอุณหภูมิ ในขณะพักผ่อนไม่ทำอะไร เราใช้สมการ Mifflin-St Jeor ซึ่งเป็นสูตรที่แม่นยำที่สุดในปัจจุบัน:

สูตรสำหรับผู้ชาย

BMR = (10 × น้ำหนัก kg) + (6.25 × ส่วนสูง cm) - (5 × อายุ) + 5

สูตรสำหรับผู้หญิง

BMR = (10 × น้ำหนัก kg) + (6.25 × ส่วนสูง cm) - (5 × อายุ) - 161

ระดับกิจกรรมที่ใช้ในการคำนวณ

×1.2

นั่งทำงาน ไม่ค่อยออกกำลังกาย

นั่งทำงานออฟฟิศ ไม่ออกกำลังกาย เดินน้อย

×1.375

ออกกำลังกายเบาๆ 1-3 วัน/สัปดาห์

ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว โยคะ 1-3 วัน/สัปดาห์

×1.55

ออกกำลังกายปานกลาง 3-5 วัน/สัปดาห์

ออกกำลังกายปานกลาง เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ 3-5 วัน/สัปดาห์

×1.725

ออกกำลังกายหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์

ออกกำลังกายหนัก เช่น เวทเทรนนิ่ง CrossFit 6-7 วัน/สัปดาห์

×1.9

ออกกำลังกายหนักมาก / งานใช้แรง

ออกกำลังกายหนักมาก 2 เวลา/วัน หรืองานที่ใช้แรงกายมาก

เทคนิคการจัดการแคลอรี่

  • ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย ควรลด 500-1,000 แคลอรี่/วัน จาก TDEE
  • ไม่ควรกินต่ำกว่า BMR เพราะร่างกายจะเข้าสู่โหมดอดอาหาร
  • จดบันทึกอาหารทุกวัน ใช้แอพนับแคลอรี่ช่วยได้
  • กินโปรตีน 1.6-2.2 กรัม/กก. เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • ชั่งน้ำหนักตอนเช้าหลังตื่นนอน เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลง
  • คำนวณ TDEE ใหม่ทุก 2-4 สัปดาห์ เมื่อน้ำหนักเปลี่ยน

Ad Space

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TDEE/BMR

BMR คือพลังงานที่ร่างกายใช้ในขณะพักผ่อนอย่างเดียว ส่วน TDEE คือพลังงานทั้งหมดรวมกิจกรรมต่างๆ ด้วย TDEE จะมากกว่า BMR เสมอ

ลด 500 แคลอรี่/วัน จาก TDEE จะลดน้ำหนักได้ประมาณ 0.5 kg/สัปดาห์ ลด 1,000 แคลอรี่/วัน จะลดได้ประมาณ 1 kg/สัปดาห์ ไม่ควรลดเกิน 1,000 แคลอรี่/วัน

ผู้ชายมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่า ซึ่งกล้ามเนื้อเผาผลาญพลังงานมากกว่าไขมัน ทำให้ BMR ของผู้ชายสูงกว่าตามธรรมชาติ

ทั้งสองเป็นสูตรคำนวณ BMR แต่ Mifflin-St Jeor ถูกพัฒนาในปี 1990 ให้แม่นยำกว่าสำหรับคนยุคใหม่ ในขณะที่ Harris-Benedict พัฒนาในปี 1919 อาจประเมินสูงเกินไป

ควรคำนวณใหม่ทุก 2-4 สัปดาห์ หรือเมื่อน้ำหนักเปลี่ยนไป 2-3 กิโลกรัม เพราะ BMR จะเปลี่ยนตามน้ำหนักตัว

แหล่งอ้างอิง

  1. Mifflin MD et al. (1990) — A new predictive equation for resting energy expenditure
  2. American Council on Exercise — TDEE Activity Multipliers
  3. World Health Organization — Energy Requirements

เครื่องมือนี้คำนวณโดยประมาณเท่านั้น ผลลัพธ์อาจแตกต่างจากความเป็นจริงตามปัจจัยต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนเปลี่ยนแปลงอาหาร

© 2026 ReSuMeYaDev. สงวนลิขสิทธิ์.