คำนวณ BMR & Macro แบบละเอียด

ปี
kg
cm
%

จำเป็นสำหรับสูตร Katch-McArdle

BMR คืออะไร? ทำไมต้องรู้ค่า BMR

BMR (Basal Metabolic Rate) คืออัตราการเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย หมายถึงพลังงาน (แคลอรี่) ที่ร่างกายต้องใช้เพื่อรักษาการทำงานพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิต เช่น หายใจ สูบฉีดเลือด สร้างเซลล์ และรักษาอุณหภูมิร่างกาย ในขณะที่พักผ่อนเต็มที่ BMR คิดเป็นประมาณ 60-75% ของพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายเผาผลาญต่อวัน ทำให้เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดความต้องการแคลอรี่ของคุณ

การรู้ค่า BMR ของตัวเองเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนอาหารและฟิตเนสที่มีประสิทธิภาพ เมื่อรู้ว่าร่างกายเผาผลาญพื้นฐานเท่าไร จะสามารถคำนวณได้อย่างแม่นยำว่าควรกินเท่าไรเพื่อลดน้ำหนัก รักษาน้ำหนัก หรือเพิ่มกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบสูตรคำนวณ BMR: ควรใช้สูตรไหน?

เครื่องมือนี้ใช้สูตรที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ 3 สูตร เพื่อให้ภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับอัตราการเผาผลาญของคุณ:

Mifflin-St Jeor (1990)

ถือเป็นสูตรที่แม่นยำที่สุดสำหรับคนทั่วไป แนะนำโดย Academy of Nutrition and Dietetics ใช้น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ ในการคำนวณ

ชาย: BMR = (10 x น้ำหนัก kg) + (6.25 x ส่วนสูง cm) - (5 x อายุ) + 5
หญิง: BMR = (10 x น้ำหนัก kg) + (6.25 x ส่วนสูง cm) - (5 x อายุ) - 161

Harris-Benedict ฉบับปรับปรุง (1984)

พัฒนาขึ้นครั้งแรกในปี 1919 และปรับปรุงในปี 1984 โดย Roza และ Shizgal มีแนวโน้มประเมินค่าแคลอรี่สูงกว่า Mifflin-St Jeor เล็กน้อย

ชาย: BMR = (13.397 x น้ำหนัก kg) + (4.799 x ส่วนสูง cm) - (5.677 x อายุ) + 88.362
หญิง: BMR = (9.247 x น้ำหนัก kg) + (3.098 x ส่วนสูง cm) - (4.330 x อายุ) + 447.593

Katch-McArdle (1996)

สูตรที่แม่นยำที่สุดสำหรับผู้ที่ทราบเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย คำนวณจากมวลกล้ามเนื้อ (Lean Body Mass) เหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้ที่มีไขมันต่ำ

BMR = 370 + (21.6 x มวลกล้ามเนื้อ kg)

ทำความรู้จัก Macronutrients: โปรตีน คาร์บ ไขมัน

สารอาหารหลัก (Macronutrients) คือสารอาหาร 3 กลุ่มที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ละกลุ่มมีบทบาทเฉพาะตัวและให้แคลอรี่ต่อกรัมที่แตกต่างกัน:

โปรตีน (4 kcal/กรัม)

จำเป็นต่อการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ ระบบภูมิคุ้มกัน และการผลิตฮอร์โมน การกินโปรตีนสูงช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อระหว่างลดน้ำหนักและช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย

คาร์โบไฮเดรต (4 kcal/กรัม)

แหล่งพลังงานหลักของร่างกาย โดยเฉพาะระหว่างออกกำลังกายหนัก คาร์บเป็นเชื้อเพลิงให้สมอง กล้ามเนื้อ และระบบประสาท คุณภาพของคาร์บสำคัญกว่าปริมาณ

ไขมัน (9 kcal/กรัม)

สำคัญต่อการผลิตฮอร์โมน การดูดซึมวิตามิน (A, D, E, K) สุขภาพสมอง และความสมบูรณ์ของเยื่อหุ้มเซลล์ ไขมันให้พลังงานสูง จึงควรควบคุมปริมาณอย่างระมัดระวัง

เลือกสัดส่วน Macro ที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ

สัดส่วน Macro ที่แตกต่างกันเหมาะกับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน นี่คือ 4 รูปแบบอาหารที่ตั้งไว้:

สมดุล (40/30/30): สัดส่วนอเนกประสงค์ที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ ดีสำหรับฟิตเนสทั่วไป ออกกำลังกายปานกลาง และการกินที่ยั่งยืนในระยะยาว

โลว์คาร์บ (20/40/40): ลดคาร์บลงพร้อมเพิ่มโปรตีนและไขมัน ได้ผลดีกับคนที่ไวต่ออินซูลินและผู้ที่รู้สึกอิ่มนานกว่าเมื่อกินไขมันสูง

โปรตีนสูง (30/40/30): เน้นโปรตีนสูงสุดเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและรักษามวลกล้ามเนื้อระหว่างลดไขมัน เหมาะสำหรับนักเวทและนักเพาะกาย

คีโต (5/30/65): คาร์บต่ำมาก ไขมันสูง ทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโตซิส ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ อาจไม่เหมาะกับนักกีฬาที่เน้นความเข้มข้นสูง

เทคนิคจัดการน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิทยาศาสตร์

  • การขาดแคลอรี่ 500 kcal/วัน จะทำให้ลดน้ำหนักได้ประมาณ 0.5 kg ต่อสัปดาห์ เป็นอัตราที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด
  • ไม่ควรกินต่ำกว่า BMR การกินน้อยเกินไปอาจทำให้ระบบเผาผลาญช้าลง สูญเสียกล้ามเนื้อ และฮอร์โมนไม่สมดุล
  • เน้นโปรตีน (1.6-2.2 กรัม/กก.) เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อขณะลดไขมัน
  • จดบันทึกอาหารสม่ำเสมอ งานวิจัยแสดงว่าคนที่ติดตามอาหารจะลดน้ำหนักได้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ (2-3 ลิตร/วัน) การขาดน้ำอาจถูกเข้าใจผิดว่าหิว และยังลดประสิทธิภาพการเผาผลาญ
  • นอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมง/คืน การนอนไม่พอเพิ่มฮอร์โมนความหิว (ghrelin) และลดฮอร์โมนอิ่ม (leptin)

Ad Space

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BMR & Macro

BMR (Basal Metabolic Rate) คือแคลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญขณะพักผ่อนเต็มที่เพื่อรักษาชีวิต ส่วน TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คือ BMR คูณด้วยค่าระดับกิจกรรม ซึ่งรวมการออกกำลังกายและกิจกรรมประจำวัน TDEE จะสูงกว่า BMR เสมอ และเป็นตัวแทนของแคลอรี่ทั้งหมดที่เผาผลาญต่อวัน

สมการ Mifflin-St Jeor ถือว่าแม่นยำที่สุดสำหรับคนทั่วไป แนะนำโดย Academy of Nutrition and Dietetics อย่างไรก็ตาม หากคุณทราบเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย สูตร Katch-McArdle อาจแม่นยำกว่าเพราะคำนวณจากมวลกล้ามเนื้อ

สำหรับสุขภาพทั่วไป ขั้นต่ำคือ 0.8 กรัม/กก. สำหรับสร้างกล้ามเนื้อหรือลดไขมัน งานวิจัยแนะนำ 1.6-2.2 กรัม/กก. นักกีฬาที่ฝึกหนักอาจได้ประโยชน์จากช่วงบน ตัวอย่างเช่น คนน้ำหนัก 70 กก. ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อควรกินโปรตีน 112-154 กรัม/วัน

อาหารคีโตโดยทั่วไปปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ที่สุขภาพดีในระยะสั้นถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคไต เบาหวานชนิดที่ 1 หรือผู้ที่ใช้ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มอาหารคีโต

ควรคำนวณใหม่ทุก 4-6 สัปดาห์ หรือเมื่อน้ำหนักเปลี่ยนไป 2-3 กก. ระดับกิจกรรมเปลี่ยนอย่างมาก หรือเปลี่ยนเป้าหมายฟิตเนส BMR จะลดลงเมื่อน้ำหนักลด การคำนวณใหม่เป็นระยะช่วยให้แคลอรี่เป้าหมายยังคงแม่นยำ

แหล่งอ้างอิง

  1. Mifflin MD, St Jeor ST, Hill LA, Scott BJ, Daugherty SA, Koh YO. (1990). A new predictive equation for resting energy expenditure in healthy individuals. American Journal of Clinical Nutrition, 51(2), 241-247.
  2. Harris JA, Benedict FG. (1919). A Biometric Study of Human Basal Metabolism. Proceedings of the National Academy of Sciences, 4(12), 370-373.
  3. Roza AM, Shizgal HM. (1984). The Harris Benedict equation reevaluated. American Journal of Clinical Nutrition, 40(1), 168-182.
  4. Katch FI, McArdle WD. (1996). Introduction to Nutrition, Exercise, and Health. Lippincott Williams & Wilkins.
  5. World Health Organization. (2004). Human energy requirements: Report of a Joint FAO/WHO/UNU Expert Consultation. WHO Technical Report Series No. 724.

เครื่องมือนี้คำนวณโดยประมาณจากสูตรที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างจากความเป็นจริงตามพันธุกรรม องค์ประกอบร่างกาย ยาที่ใช้ และสภาวะสุขภาพ ควรปรึกษานักโภชนาการหรือแพทย์ก่อนเปลี่ยนแปลงอาหารอย่างมาก

© 2026 ReSuMeYaDev. สงวนลิขสิทธิ์.