คำนวณค่าผ่อนบัตรเครดิต

THB
%

ธปท. กำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่เกิน 16% ต่อปี

THB

ขั้นต่ำ = max(ยอดคงค้าง x 8%, 500 บาท) ตามกฎ ธปท. 2568

Ad Space

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดยังไง? (สูตรคำนวณ)

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดจาก ยอดคงค้างรายเดือน คูณกับอัตราดอกเบี้ยต่อเดือน (อัตราต่อปี / 12) ทุกเดือนดอกเบี้ยจะถูกคิดจากยอดที่เหลือ ไม่ใช่ยอดเริ่มต้น ทำให้ยิ่งค้างนาน ดอกเบี้ยยิ่งสะสมมากขึ้น

ดอกเบี้ยรายเดือน = ยอดคงค้าง x (อัตราดอกเบี้ยต่อปี / 100 / 12)

ตัวอย่าง: ยอดคงค้าง 100,000 บาท ดอกเบี้ย 16% ต่อปี = ดอกเบี้ยเดือนแรก 100,000 x (16/100/12) = 1,333 บาท ถ้าจ่ายเดือนละ 5,000 บาท จะตัดเงินต้นจริงแค่ 3,667 บาท

จ่ายขั้นต่ำ 8% ตามกฎ ธปท. 2568

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดอัตราการชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตเพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินสะสม โดยมีรายละเอียดดังนี้:

ปี 2568 เป็นต้นไป: ผู้ถือบัตรต้องชำระขั้นต่ำ 8% ของยอดคงค้าง
ยอดชำระขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 500 บาท (แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า)
อัตรานี้เพิ่มขึ้นจาก 5% เดิม เพื่อช่วยให้ปิดหนี้ได้เร็วขึ้น
ธนาคารอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหากชำระต่ำกว่าขั้นต่ำ
หากไม่ชำระขั้นต่ำ อาจถูกระงับการใช้บัตรและเสียประวัติเครดิต

เปรียบเทียบจ่ายขั้นต่ำ vs จ่ายเต็ม ดอกเบี้ยต่างกันเท่าไหร่?

การจ่ายขั้นต่ำทำให้ยอดคงค้างลดลงช้ามาก เพราะเงินที่จ่ายส่วนใหญ่ไปเป็นดอกเบี้ย ไม่ใช่เงินต้น ตัวอย่างเช่น ยอดค้าง 50,000 บาท ดอกเบี้ย 16% ต่อปี:

จ่ายขั้นต่ำ 8%: ใช้เวลาประมาณ 46 เดือน (เกือบ 4 ปี) ดอกเบี้ยรวมกว่า 15,000 บาท
จ่ายเดือนละ 5,000 บาท: ใช้เวลาประมาณ 11 เดือน ดอกเบี้ยรวมประมาณ 4,200 บาท
จ่ายเต็มทุกเดือน (ไม่มียอดคงค้าง): ไม่มีดอกเบี้ยเลย ประหยัดได้ 100%
ส่วนต่างดอกเบี้ย: จ่ายขั้นต่ำ vs จ่าย 5,000 = ดอกเบี้ยต่างกันกว่า 10,000 บาท
ยิ่งยอดค้างสูง ส่วนต่างจะยิ่งมาก — ยอด 200,000 อาจเสียดอกเบี้ยรวมกว่า 100,000 บาท

Ad Space

วิธีปิดหนี้บัตรเครดิตให้เร็ว

  • จ่ายมากกว่าขั้นต่ำให้มากที่สุด — ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งตัดเงินต้นเร็ว ดอกเบี้ยลดลงอัตโนมัติ
  • หยุดใช้บัตรเครดิตชั่วคราว — ป้องกันยอดค้างชำระเพิ่มขึ้นระหว่างปิดหนี้
  • ใช้วิธี Debt Avalanche — จ่ายบัตรที่มีดอกเบี้ยสูงสุดก่อน ประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มากที่สุด
  • พิจารณารีไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล — ดอกเบี้ยอาจต่ำกว่าบัตรเครดิต (เริ่มต้น 8-12%)
  • ติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ — บางธนาคารยอมลดดอกเบี้ยหรือยืดเวลาผ่อนให้

สิทธิ์ผู้บริโภคตามกฎ ธปท.

ผู้ถือบัตรเครดิตมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่ ธปท. กำหนดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ดังนี้:

สิทธิ์ได้รับแจ้งอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทุกรายการอย่างชัดเจนก่อนสมัคร
สิทธิ์ปิดบัตรเครดิตได้ทุกเมื่อ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมปิดบัตร
สิทธิ์ขอปรับโครงสร้างหนี้หากมีปัญหาในการชำระ ธนาคารต้องพิจารณา
อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 16% ต่อปี ตามประกาศ ธปท.
สิทธิ์ร้องเรียนต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) หากถูกเรียกเก็บไม่เป็นธรรม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิต

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดจากยอดคงค้างรายเดือน โดยนำอัตราดอกเบี้ยต่อปี (เช่น 16%) หารด้วย 12 ได้ดอกเบี้ยต่อเดือน แล้วคูณกับยอดคงค้าง เช่น คงค้าง 100,000 บาท ดอกเบี้ย 16%/ปี = ดอกเบี้ยเดือนแรก 1,333 บาท

ตามประกาศ ธปท. ปี 2568 ผู้ถือบัตรเครดิตต้องจ่ายขั้นต่ำ 8% ของยอดคงค้าง หรือ 500 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า เพื่อลดปัญหาหนี้สินสะสมและช่วยให้ปิดหนี้ได้เร็วขึ้น

จ่ายขั้นต่ำทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยจากยอดคงค้างที่เหลือ ซึ่งอาจทำให้ใช้เวลาหลายปีกว่าจะปิดหนี้ได้ ดอกเบี้ยรวมอาจมากกว่าต้นเดิมหลายเท่า ขณะที่จ่ายเต็มจะไม่มีดอกเบี้ยเลย

จ่ายมากกว่าขั้นต่ำให้มากที่สุด หยุดใช้บัตรเครดิตเพิ่ม พิจารณารีไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า หรือใช้วิธี Debt Avalanche จ่ายบัตรดอกเบี้ยสูงสุดก่อน และติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้

ตามประกาศ ธปท. อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไม่เกิน 16% ต่อปี (ปรับลดจาก 18% เดิม) แต่ธนาคารบางแห่งอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอื่นเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าติดตามทวงถาม

แหล่งอ้างอิง

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทย — ประกาศอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต (bot.or.th)
  2. ธนาคารแห่งประเทศไทย — เกณฑ์การชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต (bot.or.th)
  3. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน — สิทธิ์ผู้ถือบัตรเครดิต (1213.or.th)

เครื่องมือนี้ใช้เพื่อการประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจริงอาจแตกต่างจากการคำนวณ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและนโยบายของแต่ละธนาคาร ควรตรวจสอบข้อมูลกับธนาคารผู้ออกบัตรของท่าน

© 2026 ReSuMeYaDev. สงวนลิขสิทธิ์.