คำนวณเงินบำนาญประกันสังคม

ม.33 — ลูกจ้างที่มีนายจ้าง ใช้เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (สูงสุด 15,000 บาท)
THB

เพดานสูงสุด 15,000 บาท (ระบบจะปรับให้อัตโนมัติ)

เดือน

Ad Space

สูตรคำนวณบำนาญประกันสังคม ม.33 ม.39

เงินบำนาญชราภาพประกันสังคมคำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (สูงสุด 15,000 บาท) และจำนวนปีที่ส่งสมทบ โดยมีสูตรดังนี้:

บำนาญ = (20% x เงินเดือนเฉลี่ย) + (1.5% x ปีที่เกิน 15 ปี x เงินเดือนเฉลี่ย)
บำเหน็จ = เงินสมทบชราภาพ (ลูกจ้าง 3% + นายจ้าง 3%) x จำนวนเดือน
  • เงินเดือนเฉลี่ย = ค่าเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย (สูงสุด 15,000 บาท)
  • 20% = อัตราบำนาญฐาน (ส่งครบ 15 ปี)
  • 1.5% = อัตราเพิ่มต่อปีที่ส่งเกิน 15 ปี
  • ม.39 ใช้ฐานเงินเดือนคงที่ 4,800 บาท
  • เงินสมทบชราภาพ = 6% ของเงินเดือน (สูงสุด 15,000 บาท) ต่อเดือน

เงื่อนไขการรับบำนาญชราภาพประกันสังคม

ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิ์เงินบำนาญชราภาพเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้:

ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป
อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง (ลาออกหรือเกษียณ)
หากส่งไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเป็นบำเหน็จ (เงินก้อนเดียว)
ผู้ประกันตน ม.39 ที่เคยเป็น ม.33 สามารถนับเดือนสมทบรวมกันได้

บำนาญ vs บำเหน็จประกันสังคม ต่างกันอย่างไร?

บำนาญ (Pension) คือเงินที่ได้รับรายเดือนตลอดชีวิตหลังอายุ 55 ปี สำหรับผู้ที่ส่งสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป ยิ่งส่งนานยิ่งได้มาก ส่วนบำเหน็จ (Lump Sum) คือเงินก้อนเดียวที่ได้รับเมื่อส่งสมทบไม่ครบ 180 เดือน เป็นเงินสมทบส่วนชราภาพที่สะสมไว้ทั้งหมด

โดยทั่วไปบำนาญจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว — หากรับบำนาญหลายปีก็จะได้เงินรวมมากกว่าบำเหน็จก้อนเดียว แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ทันที บำเหน็จอาจเหมาะกว่า

Ad Space

เพดานเงินเดือนประกันสังคม 15,000 บาท

ประกันสังคมกำหนดเพดานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบไว้ที่ 15,000 บาท ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเงินบำนาญที่จะได้รับ:

เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท — ใช้เงินเดือนจริงเป็นฐานคำนวณ
เงินเดือนเกิน 15,000 บาท — ใช้ 15,000 บาทเป็นเพดานสูงสุด
เงินสมทบชราภาพ ม.33: ลูกจ้าง 3% + นายจ้าง 3% = สูงสุด 900 บาท/เดือน
เงินสมทบ ม.39: จ่าย 432 บาท/เดือน (9% ของ 4,800 บาท)
บำนาญสูงสุด ม.33 (ส่ง 15 ปี) = 20% x 15,000 = 3,000 บาท/เดือน

เทคนิคเพิ่มสิทธิ์บำนาญประกันสังคม

  • ส่งสมทบให้ครบ 180 เดือน (15 ปี) เพื่อให้ได้สิทธิ์รับบำนาญรายเดือนแทนบำเหน็จก้อนเดียว
  • ส่งสมทบต่อเนื่องหลัง 15 ปี — ทุกปีที่เกินจะได้บำนาญเพิ่ม 1.5% ของเงินเดือนเฉลี่ย
  • หากลาออกจากงาน สมัครเป็น ม.39 เพื่อรักษาสิทธิ์และนับเดือนสมทบต่อเนื่อง
  • ตรวจสอบยอดสมทบสะสมผ่านแอป SSO Connect หรือเว็บไซต์ sso.go.th
  • วางแผนการเงินเกษียณควบคู่กับ กบข./PVD/RMF เพื่อเสริมรายได้หลังเกษียณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบำนาญประกันสังคม

ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จึงจะมีสิทธิ์รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต หากส่งไม่ครบ 180 เดือนจะได้รับเป็นเงินบำเหน็จก้อนเดียว

ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเฉลี่ยและจำนวนปีที่ส่งสมทบ ถ้าเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไปและส่งครบ 15 ปี จะได้บำนาญขั้นต่ำ 3,000 บาท/เดือน ทุกปีที่เกิน 15 ปีจะได้เพิ่มอีก 225 บาท/เดือน

ม.33 ใช้เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (สูงสุด 15,000 บาท) เป็นฐานคำนวณ ส่วน ม.39 ใช้ฐานเงินเดือนคงที่ 4,800 บาท ทำให้บำนาญ ม.39 ได้น้อยกว่า แต่สามารถนับเดือนสมทบรวมกับ ม.33 ได้

ได้ โดยสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 ภายใน 6 เดือนหลังลาออก จะนับเดือนสมทบต่อเนื่องจาก ม.33 ได้ แต่ต้องจ่ายเงินสมทบเองเดือนละ 432 บาท

หากผู้รับบำนาญเสียชีวิตภายใน 60 เดือนแรก ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับบำนาญรายเดือน x 10 เดือน เป็นเงินก้อนเดียว นอกจากนี้ยังได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท

แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักงานประกันสังคม — สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ (sso.go.th)
  2. พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
  3. กระทรวงแรงงาน — ข้อมูลสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน (mol.go.th)

เครื่องมือนี้ใช้เพื่อการประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ผลลัพธ์อาจแตกต่างจากการคำนวณจริงของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะบุคคลและกฎหมายที่บังคับใช้ ควรตรวจสอบสิทธิ์จริงที่สำนักงานประกันสังคมหรือผ่านแอป SSO Connect

© 2026 ReSuMeYaDev. สงวนลิขสิทธิ์.