คำนวณค่าเสื่อมราคา สินทรัพย์

THB
THB
yr

Ad Space

ค่าเสื่อมราคา คืออะไร?

ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) คือ การปันส่วนต้นทุนของสินทรัพย์ถาวรเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน เพื่อสะท้อนการเสื่อมค่าของสินทรัพย์จากการใช้งาน การผ่านไปของเวลา หรือการล้าสมัย

การบันทึกค่าเสื่อมราคาเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและกฎหมายภาษี โดยกรมสรรพากรกำหนดอัตราและวิธีการหักค่าเสื่อมราคาไว้ในประมวลรัษฎากร

วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคา 3 วิธี

การคำนวณค่าเสื่อมราคามีหลายวิธี แต่ละวิธีเหมาะกับสินทรัพย์ต่างประเภท:

วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method)

ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (ราคาทุน - มูลค่าซาก) ÷ อายุการใช้งาน

หักค่าเสื่อมราคาเท่ากันทุกปี เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดและเป็นวิธีหลักตามกฎหมายภาษีไทย

วิธียอดลดลง (Declining Balance Method)

ค่าเสื่อมราคาต่อปี = มูลค่าตามบัญชี × อัตราค่าเสื่อมราคา

หักค่าเสื่อมราคามากในปีแรกๆ แล้วลดลงเรื่อยๆ เหมาะกับสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าเร็วในช่วงแรก

วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum-of-Years-Digits)

ค่าเสื่อมราคา = (ราคาทุน - มูลค่าซาก) × อายุที่เหลือ ÷ ผลรวมจำนวนปี

คล้ายวิธียอดลดลง แต่ใช้สัดส่วนอายุที่เหลือในการคำนวณ ทำให้ค่าเสื่อมราคาลดลงอย่างสม่ำเสมอ

อายุการใช้งานสินทรัพย์ตามกฎหมายภาษีไทย

กรมสรรพากรกำหนดอายุการใช้งานขั้นต่ำของสินทรัพย์แต่ละประเภทไว้ดังนี้:

อาคาร/โรงงาน — อายุการใช้งาน 20 ปี (อัตราค่าเสื่อมราคา 5% ต่อปี)
เครื่องจักร — อายุการใช้งาน 5 ปี (อัตราค่าเสื่อมราคา 20% ต่อปี)
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ — อายุการใช้งาน 3 ปี (อัตราค่าเสื่อมราคา 33.33% ต่อปี)
ยานพาหนะ — อายุการใช้งาน 5 ปี (อัตราค่าเสื่อมราคา 20% ต่อปี)
เฟอร์นิเจอร์/เครื่องตกแต่ง — อายุการใช้งาน 5 ปี (อัตราค่าเสื่อมราคา 20% ต่อปี)

Ad Space

เคล็ดลับการคำนวณค่าเสื่อมราคา

  • เลือกวิธีเส้นตรงหากต้องการความเรียบง่ายและสม่ำเสมอ เหมาะกับสินทรัพย์ทั่วไป
  • วิธียอดลดลงเหมาะกับสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าเร็ว เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • มูลค่าซากควรประเมินอย่างสมเหตุสมผล บางครั้งอาจเป็นศูนย์ได้
  • การหักค่าเสื่อมราคาทางภาษีอาจต่างจากทางบัญชี ควรปรึกษานักบัญชี
  • เก็บหลักฐานการซื้อสินทรัพย์ไว้เป็นเอกสารประกอบการหักค่าเสื่อมราคา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคา

ค่าเสื่อมราคาคือการปันส่วนต้นทุนสินทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน เพื่อให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ และใช้เป็นค่าใช้จ่ายหักภาษีได้ตามกฎหมาย

วิธีเส้นตรงเหมาะกับสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าสม่ำเสมอ เช่น อาคาร เฟอร์นิเจอร์ ส่วนวิธียอดลดลงเหมาะกับสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าเร็วในช่วงแรก เช่น คอมพิวเตอร์ ยานพาหนะ สำหรับการยื่นภาษีในไทยส่วนใหญ่ใช้วิธีเส้นตรง

มูลค่าซากคือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับเมื่อขายสินทรัพย์หลังสิ้นสุดอายุการใช้งาน เช่น ซื้อรถ 1,000,000 บาท คาดว่าใช้ 5 ปีแล้วขายได้ 200,000 บาท มูลค่าซากคือ 200,000 บาท

กรมสรรพากรกำหนดอายุการใช้งานขั้นต่ำ เช่น อาคาร 20 ปี เครื่องจักร 5 ปี คอมพิวเตอร์ 3 ปี ยานพาหนะ 5 ปี เฟอร์นิเจอร์ 5 ปี กิจการสามารถกำหนดอายุการใช้งานยาวกว่าได้แต่สั้นกว่าไม่ได้

ได้ ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้ตามประมวลรัษฎากร โดยต้องใช้วิธีและอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด ช่วยลดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลของกิจการ

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมสรรพากร — หลักเกณฑ์การหักค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน (rd.go.th)
  2. ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (2) ว่าด้วยค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา
  3. มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 — ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
  4. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอ

เครื่องมือนี้ใช้เพื่อการคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับกรมสรรพากร นักบัญชี หรือที่ปรึกษาด้านภาษีสำหรับการใช้งานจริง

© 2026 ReSuMeYaDev. สงวนลิขสิทธิ์.